2006/Mar/22

หนุ่มโรคประสาทบุกทุบท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เสียหายทั้งองค์ ชาวบ้านวิ่งไล่จับก่อนรุมประทัณฑ์ตายอนาถหน้าโรงแรมดัง พ่อเผยหลังลูกมีอาการโทรหา 191 ให้ตามตัวแต่ไม่มา ตำรวจรวบทันควัน 2 คนงานกวาดขยะขาตื้บ ด้านนายกฯ สั่งกระทรวงวัฒนธรรมเร่งบูรณะด่วน

เหตุชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์หนุ่มใหญ่ใช้ค้อนทุบทำลายท้าวมหาพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองไทยมาร่วม 50 ปี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 21 มีนาคม พ.ต.ต.ธนิต รตโนภาส สารวัตรเวร สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกใช้ค้อนทุบท้าวมหาพรหมได้รับความเสียหาย และถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์เสียชีวิตบริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้นจึงไปตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.ธัชชัย หงษ์ทอง รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย สว.สส. พร้อมแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ พบศพชายอายุประมาณ 30 ปี นุ่งกางเกงขายาวพับขา สวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น สวมรองเท้าผ้าใบ นอนหงายอยู่บนทางเท้า มีเลือดไหลออกจากปาก ตรวจสอบกระเป๋าสตางค์ไม่มีเอกสารระบุว่าเป็นใคร มีเพียงบัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ 1 ใบ และยาแก้อากาศ 1 กระปุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ที่หน้าท้องมีเหรียญห้าบาท 1 เหรียญ และเหรียญบาท 3 เหรียญ บริเวณหัวไหล่สักคำว่า "อามีน" และติดกันเป็นภาษาอาหรับ ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งยาวประมาณ 4 นิ้ว คิ้วซ้ายแตก โหนกแก้มและบริเวณหลังมีรอยฟกช้ำ ใกล้ศพพบค้อนตอกตะปูตกอยู่ 1 อัน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายคนดังกล่าวถูกชาวบ้านรุมทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากใช้ค้อนทุบทำลายท้าวมหาพรหมได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 50 เมตร พบว่าบริเวณภายในรั้วมีเศษปูนแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบเศียรท้าวมหาพรหมตกอยู่ที่พื้นภายในรั้ว เจ้าหน้าที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอ เอราวัณ จึงเก็บไว้ และนำผ้าขาวขนาดใหญ่มาคลุมองค์ท้าวมหาพรหม เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เลื่อมใสเกิดความสะเทือนใจ ส่วนองค์ท้าวมหาพรหมถูกทุบแตกเหลือเพียงหน้าตักและฐานเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นบริเวณรอบๆ ไว้ ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาสักการะ แต่เมื่อเห็นภาพดังกล่าวถึงกับร่ำไห้เสียใจ

นางวันดี วิชัย อายุ 42 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งขายพวงมาลัยบริเวณรั้วด้านนอกและเป็นจุดสักการบูชา เห็นชายคนดังกล่าวยืนอยู่บนฐานท้าวมหาพรหม จากนั้นก็ล้วงเอาค้อนออกมาจากกระเป๋าแล้วทุบองค์ท้าวมหาพรหมหลายครั้ง ตนตกใจมาก จึงร้องตะโกนให้คนมาช่วย แต่บริเวณรอบๆ ศาลท้าวมหาพรหมไม่มีใครอยู่ หลังจากชายคนดังกล่าวทุบองค์ท้าวมหาพรหมแล้วก็รีบวิ่งปีนข้ามรั้วด้านข้างโรงแรมออกมา ขณะนั้นมีคนขับรถแท็กซี่จอดอยู่หน้าโรงแรมวิ่งเข้ามาช่วย แต่ชายคนดังกล่าวคว้าค้อนทำท่าจะทำร้ายและพยายามวิ่งหนี ระหว่างนั้นก็มีชาวบ้านประมาณ 4-5 คน วิ่งเข้ามาช่วยกันจับและรุมทำร้ายดังกล่าว

"ฉันขายพวงมาลัยช่วงดึกจุดนี้ประมาณ 30 ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แปลกๆ ชายคนนี้ก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ตอนที่เขาเข้าไปทุบนั้นทำเหมือนคนคลุ้มคลั่ง คิดว่าไม่น่าจะเป็นปกติ เพราะคนปกติไม่น่าจะทำอย่างนี้ ปกติช่วงดึกๆ จนถึงเช้าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่ แต่ก่อนเกิดเหตุไม่ทราบว่าไปไหน รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ท้าวมหาพรหมเป็นสิ่งที่คนไทยเคารพบูชา" นางวันดี กล่าว

นายสมยศ ศรีคำสุข อายุ 46 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า ปกติจะจอดรถแท็กซี่รอผู้โดยสารหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ขณะนั่งอยู่ในรถได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย ตอนแรกคิดว่าผู้หญิงถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ แต่เมื่อเดินออกมาก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังปีนรั้วออกมา จึงวิ่งจะเข้าไปจับส่งตำรวจ แต่ถูกชายคนดังกล่าวใช้ค้อนจะทำร้ายจึงหลีกออกมา สักครู่ก็มีกลุ่มผู้ชายที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามาช่วยกันจับกุมและทำร้ายจนเสียชีวิต

ต่อมา เวลา 03.00 น. นายสายันต์ ภักดีผล อายุ 51 ปี เดินทางไปที่ สน.ลุมพินี พร้อมกับแสดงตัวว่าเป็นบิดาของชายที่เสียชีวิต บอกว่าคนตายชื่อ นายธนกร ภักดีผล อายุ 27 ปี ชื่อเดิมคือ "อามีน" ครอบครัวนับถือศาสนาอิสลาม และนายธนกรยังเป็นโรคประสาท เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 21 ปี หลังจากไปเกณฑ์ทหารแต่จับได้ใบดำ เมื่อกลับมาบ้านก็มีอาการเซื่องซึมและอารมณ์ร้าย จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ระบุว่าเป็นโรคเครียด ก็รักษามาตลอดหลายโรงพยาบาล ล่าสุดไปตรวจและรับยาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ซึ่งยาส่วนใหญ่จะเป็นยาแก้โรคเครียด

"วันนี้ผมไปทำงาน ส่วนลูกชายไปหาเพื่อนที่รามคำแหงและนั่งรถแท็กซี่กลับมาถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่ม แล้วขึ้นไปนอนในห้อง ผมก็เอายาแก้แพ้และหวัดไปให้ แต่เขาตาขวางและเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวจะทำร้ายคนในบ้าน กระทั่งประมาณเที่ยงคืนเดินออกไปนอกบ้าน แต่ไม่ทราบไปไหน ผมจึงโทรศัพท์แจ้ง 191 เรียกตำรวจตามหา เพราะกลัวไปก่อเหตุ แต่ตำรวจก็ไม่มา ส่วนผมรอลูกอยู่ที่บ้านฟังวิทยุ จส.100 กระทั่งได้ยินข่าวว่ามีคนใช้ค้อนทุบท้าวมหาพรหมและในตัวมียาแก้แพ้ รู้สึกเอะใจ จึงเดินทางมาที่ สน.และทราบว่าเป็นลูกชาย รู้สึกเสียใจที่ทำลายท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นที่เคารพของคนไทย" นายสายันต์ กล่าวและว่า ลูกชายเรียนจบ กศน.จากนั้นไปสมัครงามตามที่ต่าง ๆ แต่ทำได้ไม่นานก็ต้องออก เนื่องจากมีอาการเครียด ที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาลูกก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง และไม่เคยทำลายสิ่งของแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า คนที่ทำร้ายนายธนกรเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบพยานจนทราบว่าเป็นใคร จึงไปเชิญตัวมาสอบปากคำเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. คือ นายศักดิ์ศรี กลิ่นบัว อายุ 27 ปี และนายเกษมศักดิ์ การุณวงศ์ อายุ 42 ปี ทั้งสองเป็นพนักงานทำความสะอาดของสำนักงานเขตปทุมวัน ในที่เกิดเหตุพบเหล็กก้านร่ม และด้ามเหล็กของไม้ถูพื้นที่ใช้เป็นอาวุธทำร้าย

จากการสอบปากคำทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทำความสะอาดอยู่บริเวณดังกล่าว นายศักดิ์ศรีเห็นคนร้ายเข้าไปทุบท้าวมหาพรหม จึงตะโกนถามว่าทำอะไร คนร้ายตะโกนตอบมาว่ารู้ไหมว่าเป็นใคร พร้อมกับวิ่งตรงมาใช้ค้อนในมือจะทำร้าย จึงเกิดการชุลมุนขึ้น นายธนกรได้กระโดดข้ามรั้วแต่กางเกงด้านหลังเกี่ยวรั้วหกล้มหัวฟาดพื้น จากนั้นก็วิ่งต่อไปและเสียชีวิตที่บริเวณใกล้บันไดห้างโซโก้ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ส่วนจะมีคนอื่นร่วมทำร้ายอีกหรือไม่ คงต้องตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวอีกว่า นายธนกร คนร้ายที่เข้าไปทุบท้าวมหาพรหมนั้น จากการสอบถามบิดาพบว่าเป็นโรคประสาท รักษามา 4 โรงพยาบาลแล้ว คือ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา รพ.ศรีธัญญา รพ.ตำรวจ และรพ.พระมงกุฎฯ เริ่มมีปัญหาทางประสาทเมื่ออายุ 21 ปี เพราะเครียดเรื่องเกณฑ์ทหาร จากนั้นก็มีอาการเครียดมาตลอด ซึ่งจะโวยวาย อาละวาด และเคยทำร้ายร่างกายพ่อที่เข้าไปกอดปล้ำห้ามปรามเมื่อเกิดอาการโวยวายมาแล้ว

นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผอ.สำนักงานเขตปทุมวัน ซึ่งเดินทางมาดูที่เกิดเหตุ กล่าวว่า หลังจากทราบว่าลูกน้องถูกจับกุม ก็สอบถามรายละเอียดได้ความว่า ไม่ได้ตั้งใจทำ แต่เป็นการทำหน้าที่และป้องกันตัว ส่วนทั้งสองคนปกติก็ทำงานดี รับผิดชอบงานที่ทำ ไม่เคยมีปัญหา และดูแลที่ศาลท้าวมหาพรหมมานานแล้ว

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ยังไม่รู้เรื่อง แต่ไม่น่ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น คนทำก็ไม่ค่อยสบายด้วย เป็นคนมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ซึ่งส่วนใหญ่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงบุกเข้าไปได้ อาจจะเข้าไปในลักษณะทำบุญคนเลยไม่รู้ และคงต้องให้กระทรวงวัฒนธรรมเร่งดำเนินการบูรณะท้าวมหาพรหมขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้ ศาลท้าวมหาพรหมของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ราชประสงค์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ไทยมาร่วม 50 ปี มีผู้เลื่อมใสศรัทธาแวะเวียนมากราบไหว้บูชา บนบานศาลกล่าวขอให้ช่วยเหลือเป็นประจำมิได้ขาด มีการถวายเครื่องสักการบูชา เครื่องเซ่นเครื่องสังเวย พวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน ช้าง ม้า ผ้าแพรพรรณ ละคร ระบำ รำฟ้อน ฯลฯ เพื่อให้ช่วยประทานพร หรือเมื่อกระทำการใดๆ สำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาแล้ว จึงมาแก้บนตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้

ด้านพระครูวามเทพมุณี หัวหน้าโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า และหัวหน้าคณะพราหมณ์หลวง กล่าวว่า การทำลายองค์พระพรหมเอราวัณเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ให้มองเป็นการเตือนสติว่า ถ้าคนเราทำอะไรด้วยความไร้สติ ก็จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ในเบื้องต้น มูลนิธิพระพรหมก็จะขยายรูปภาพพระพรหมขนาดใหญ่ตั้งไว้แทน เพื่อให้ประชาชนสักการบูชาไปก่อนจนกว่าจะมีการหล่อองค์ใหม่มาแทน โดยในวันที่ 22 มีนาคม เวลา 10.00 น. มูลนิธิพระพรหมจะประชุมเพื่อหาข้อสรุปที่โรงแรมเอราวัณว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นจะถอดพิมพ์จากพระพรหมองค์เดิม จากนั้นก็จะนำไปหล่อและนำเศษปูนจากพระพรหมองค์เดิมที่ถูกทำลาย บรรจุลงไปในพระพรหมองค์ใหม่ ซึ่งเท่ากับว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมวลสารในการหล่อพระพรหม

พระครูวามเทพมุณี ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นพระพรหมองค์ใหม่ หรือพระพรหมองค์เดิม ก็จะคงความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเชื่อมั่นว่าจะมีคนมากราบไหว้เหมือนเดิม

นอกจากนี้ พระครูวามเทพมุณี แนะนำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ควรจะหาแนวทางป้องกันการถูกทำลายจากคนไม่หวังดี ซึ่งมองได้สองด้าน คือ เป็นการทำลายของฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นการถูกทำลายของผู้ไม่มีสติ เหมือนเช่นพระพรหม

ที่มา www.sanook.com

2006/Mar/19

ความรักคือความหวังดี

ความรักคือความเข้าใจ

ความรักคือทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง

ความรักคือการให้

ฯลฯ

หลายคน

อาจจะให้ความหมาย

หรือนิยามของความรักแตกต่างกันออกไป

ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ว่าจะให้นิยามความหมายของมันว่าอย่างไรดี

แต่ความรักคือสิ่งที่เป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดีๆ

ให้กับคนทั้งโลกอย่างง่ายดายเลยทีเดียว

แต่แท้ที่สุดแล้ว

หากทุกคนรู้จักที่จะรักให้เป็น

เราก็ไม่ควรที่จะทำให้คนที่เรารักต้องเจ็บปวด

การยื้อความรักเอาไว้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดี

เปรียบคนที่คุณรักเป็นกระดาษ 1 แผ่น

อีกคนก็ดึง

คุณเองก็ดึง

แต่หากคุณปล่อยมือจากกระดาษแผ่นนั้นซะ

คนรักของคุณก็ไม่ต้องเจ็บปวด

"หากเรารักใครสักคนนึง

จงปล่อยให้เค้าไป

ถ้าเค้ากลับมาแปลว่าเค้าเป็นของเรา

แต่ถ้าไม่ก็คือไม่ใช่ของเรา

และก็...ไม่มีวันใช่ด้วย"

ข้อความนี้คือสิ่งที่นักปราชญ์คนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้

พิจารณาความรักของคุณให้ดีล่ะ

2006/Mar/18

ฉันอาจจะเป็นเพียงแค่คนโง่ๆ คนนึงเท่านั้น

ในสายตาของใครที่มองผ่านมาผ่านไป

ฉันพลาดสิ่งดีๆ ไปอย่างมากมายในชีวิตของฉัน

ฉันมองว่าความรักที่ได้รับจากคนๆ นึง

เป็นเรื่องหลอกลวง

ฉันมองข้ามเค้าไป

ฉันมองว่าฉันอาจจะไม่ดีพอสำหรับความรักนั้น...

แต่คนโง่ๆ อย่างฉันก็เพิ่งจะรู้ว่า

ความรักนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขใดๆ เลย

ถึงเวลานี้...

คนโง่ๆ อย่างฉัน...

คงไม่อ้อนวอนให้เค้าเดินกลับมาอีกครั้งหรอก

เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...

และถ้าหากเป็นไปได้

ฉันก็ไม่ต้องการ